1. รูปแบบระบบสารสนเทศที่นำไปใช้
ระบบการจองห้องพัก
ระบบ Admin Control Panel
- ระบบการจองห้องพัก online สามารถจองได้ตลอดเวลา
- ควบคุมราคา ได้หลายรูปแบบ และ หลายช่วงเวลา ในราคาที่ไม่เท่ากัน
- เลือกจองห้องพัก ได้ทีละ หลายๆ รูปแบบ
- มีระบบ add otn service
- ระบบ รับส่ง สนามบิน
- ระบบ รับชำระผ่าน VISA/Master Card
- ปรับแต่งราคา ได้ตลอดเวลา อย่างง่ายดาย และมีผลใช้งานในหน้าเว็บไซต์ทันที รวมถึง ระบบการจองที่มีผลตามราคาที่เปลี่ยนใหม่ทันที
- การทำราคาโปรโมชั่น พร้อมปรับแต่ง และมีผลใช้งานในหน้าเว็บไซต์ทันที รวมถึง ระบบการจองที่มีผลตามราคาโปรโมชั่น
- การแสดง report ของผู้สั่งจองห้องพัก และ ระบบควบคุม checkin
- เลือกจองห้องพัก ได้ทีละ หลายๆ รูปแบบ
- มีระบบ add otn service
วิธีการจอง และจ่าย วิธีการจองห้องพักผ่านเว็บไซต์ www.AllresortThailand.com สามารถทำได้ง่าย รวดเร็ว และเชื่อถือได้ โดยมี 3 วิธีดังนี้
อินเตอร์เน็ต ชำระด้วยบัตรเครดิต
•เลือกโรงแรม และห้องพักที่ www.AllresortThailand.com
•เลือกชำระเงินด้วย “บัตรเครดิต”
•รับ “Hotel Voucher” ทางอีเมลถ้าห้องพักว่าง หรือ “เสนอโรงแรม หรือห้องพักชนิดอื่น” ทางอีเมลในกรณีห้องพักเต็ม
•เช็คอินที่โรงแรมโดยใช้ “Hotel Voucher”
ชำระผ่านเคาน์เตอร์ เซอร์วิส ในร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น
•เลือกโรงแรม และห้องพักที่ www.AllresortThailand.com
•เลือกชำระเงินผ่าน "เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น” ผ่านบริการ ไทยรูท
•รับอีเมล เพื่อตรวจสอบ และพิมพ์ “Invoice”เพื่อนำไปชำระเงินที่ เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้าน เซเว่น อีเลฟเว่น
•โทร 02 664 0861 เพื่อยืนยันการชำระเงิน
•รับ “Hotel Voucher” ทางอีเมล
•เช็คอินที่โรงแรมโดยใช้ “Hotel Voucher”
ศูนย์บริการลูกค้า ชำระด้วยบัตรเครดิต
•โทร 02 664 0861 ระหว่างวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 09:00 – 18:00 น. เลือกโรงแรม และห้องพัก
•เลือกชำระเงินด้วย “บัตรเครดิต”
•ชำระโดยใช้ระบบออนไลน์โดยมีระบบรักษาความปลอดภัย SSL (Security Socket Layer)
•ชำระโดยการกรอกแบบฟอร์มบัตรเครดิต แล้วส่งแฟกซ์มาที่บริษัทฯ เบอร์ 02 664 0866
•เมื่อชำระเงินเสร็จ รับ “Hotel Voucher” ทางอีเมล หรือแฟกซ์
•เช็คอินที่โรงแรมโดยใช้ “Hotel Voucher”
ชำระผ่านบัญชีธนาคาร
•โทร 02 664 0861 ระหว่างวันจันทร์ – วันเสาร์ เวลา 09:00 – 18:00 น. เลือกโรงแรม และห้องพัก
•เลือกชำระเงินโดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคาร ชำระเงินตรงตามวันที่กำหนด
ระบบบัญชี
ระบบบัญชีนี้เป็นระบบงานส่วนหลังที่เป็นหัวใจหลักขององค์การทุกองค์การ เนื่องจากเป็นระบบที่ทำหน้าที่ในการจัดการข้อมูลทางการเงินต่างๆขององค์การให้มีการจัดกลุ่มอย่างเป็นระบบระเบียบตามหลักการบัญชี ซึ่งจะช่วยให้องค์การสามารถจัดทำรายงานต่างๆทางการเงิน อันได้แก่งบดุล งบกำไรขาดทุน และรายงานอื่นๆ ที่จำเป็นได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องและครบถ้วน รายได้ และค่าใช้จ่ายที่กล่าวมาข้างต้นทั้งหมดนี้ จะถูกเก็บบันทึกในรูปของการบัญชี โดยเจ้าหน้าที่บัญชีของโรงแรม รับผิดชอบโดยตำแหน่งได้แก่ Financial Controller (ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน และบัญชี) การจัดให้มีการบันทึกบัญชีรายได้ และค่าใช้จ่ายนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งด้วยเหตุผลทางกฎหมายเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีนิติบุคคล ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ถ้าขาดความชำนาญ หรือความเข้าใจอย่างถูกต้องแล้วโรงแรมนั้น ๆจะขาดซึ่งความครบถ้วนของข้อมูลทางบัญชี การจัดเก็บบันทึกข้อมูลทางบัญชีอย่างถูกต้อง และรวดเร็วจะนำมาซึ่งการรายงานผลการดำเนินงานกำไรขาดทุนของโรงแรม งวดประจำเดือน ประจำปี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้บริหารสามารถใช้กำหนดนโยบายในการดำเนินงานได้อย่างรัดกุมอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถวิเคราะห์ตัวเลขด้านสถิติ ด้านรายได้ ด้านค่าใช้จ่าย ในการจัดทำงบประมาณ หรือการประมาณการได้อย่างใกล้เคียง และง่ายยิ่งขึ้น
ปัจจุบันซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการจัดทำบัญชีของโรงแรม ซึ่งถ้าหากจัดทำด้วยวิธีธรรมดา (Manual) การทำงานจะล่าช้า และเก็บรายละเอียดไม่เพียงพอ และไม่สะดวกในการค้นหาข้อมูลเก่าที่ผ่านมา ทำให้ฝ่ายบริหารได้รายงานตัวเลขที่ไม่ครบถ้วนและล่าช้า ดังนั้นการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ได้จากคอมพิวเตอร์จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ถ้าโรงแรมนั้นต้องการการรายงานงบกำไรขาดทุนอย่างเร่งด่วน และถูกต้องครบถ้วนซึ่งจะมีโปรแกรมต่างๆที่ใช้ดังนี้ 1 )GL (General Ledger)/ AP (Account Payable) สำหรับโปรแกรมที่นิยมใช้งานกันในโรงแรมระดับ 4-5 ดาว ส่วนใหญ่ใช้โปรแกรม Accpac หรือ SUN Accounting System เรื่องราคาก็แพงเอาการอยู่ 2 )Purchasing / Inventory โปรแกรมที่ใช้สำหรับการบริการการจัดซื้อ เริ่มต้นด้วยการออกใบ PR จนกระทั่งออกใบ PO ปัจจุบันหลายๆ โรงแรมก็ใช้โปรแรกม MC (Material Control) หรือบริษัท Micros Fidelio (Thailand) หรือ CheckEAM ก็เป็นอีกหนึ่งโปรแกรมที่โรงแรมที่น่าสนใจ เพราะสามารถ approve ระบบ PR/PO ออนไลน์ได้ เรียกว่าลดการใช้กระดาษได้มากพอสมควร โปรแกรมนี้เป็นของประเทศออสเตรเลีย
Sales & Catering ระบบบริหารจัดการแผนกขาย
สำหรับงานระบบงานขายเป็นระบบงานที่ช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้งาน ระบบในการบันทึก รายการธุรกรรม งานด้านขาย อันได้แก่การบันทึก และจัดเก็บข้อมูลคำสั่งซื้อของลูกค้า และส่งต่อไปเพื่อนำไปจัดทำเป็นใบส่งสินค้า ใบกำกับภาษี ใบแจ้งหนี้ รวมทั้งช่วยในการจัดเก็บข้อมูลการรับคืนสินค้าด้วย นอกจากนี้ระบบสารสนเทศสำหรับงานการขายยังสามารถจัดทำรายงานต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการขายได้ โดยดึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องจัดเก็บในระบบงานมาแสดงในรูปแบบตามที่ผู้ใช้ต้องการได้อย่างรวดเร็วซึ่งก็มีโปรแกรมในการขายดังนี้ 1 )Opera S&C โปรแกรมสำหรับบริหารจัดการสำหรับแผนกขาย โรงแรมส่วนใหญ่ ถ้าใช้ Opera PMS (ในส่วนของ Front Office) ก็มักจะใช้ Opera S&C เพื่อความสะดวกในการเชื่อมต่อข้อมูลของทั้งสองระบบ 2 ) Delphi โปรแกรมจากต่างประเทศระดับชั้นนำ ที่มีความสามารถโดดเด่นเหนือโปรแกรม Sales & Catering แต่เรื่องราคาก็คงต้องไปต่อรองกันให้ดี
2.ประโยชน์หรือคุณลักษณะของระบบสารสนเทศ
ประสิทธิภาพ (Efficiency)
1) ระบบสารสนเทศทำให้การปฏิบัติงานมีความรวดเร็วมากขึ้น โดยใช้กระบวนการประมวลผลข้อมูลซึ่งจะทำให้สามารถเก็บรวบรวม ประมวลผลและปรับปรุง้อมูลให้ทันสมัยได้อย่างรวดเร็ว เช่น คอมพิวเตอร์ที่ใช้ประจำบ้านมีขีดความสามารถในการทำงานถึง 450 ล้านคำต่อนาที (million instructions per second) (Haag et al.,2000:19)
2) ระบบสารสนเทศช่วยในการจัดเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ หรือมีปริมาณมากและช่วยทำให้การเข้าถึงข้อมูล (access) เหล่านั้นมีความรวดเร็วด้วย
3) ช่วยทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นไปอย่างรวดเร็ว การใช้เครือข่ายทางคอมพิวเตอร์ทำให้มีการติดต่อได้ทั่วโลกภายในเวลาที่รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการติดต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยกัน (machine to machine) หรือคนกับคน (human to human) หรือคนกับเครื่องคอมพิวเตอร์ (human to machine) และการติดต่อสื่อสารดังกล่าวจะทำให้ข้อมูลที่เป็นทั้งข้อความ เสียง ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหวสามารถส่งได้ทันที
4) ช่วยลดต้นทุน การที่ระบบสารสนเทศช่วยทำให้การปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลซึ่งมีปริมาณมากมีความสลับซับซ้อนให้ดำเนินการได้โดยเร็ว หรือการช่วยให้เกิดการติดต่อสื่อสารได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการประหยัดต้นทุนการดำเนินการอย่างมาก
5) ระบบสารสนเทศช่วยทำให้การประสานงานระหว่างฝ่ายต่างๆ เป็นไปได้ด้วยดีโดยเฉพาะหาระบบสารสนเทศนั้นออกแบบเพื่อเอื้ออำนวยให้หน่วยงานทั้งภายในและภายนอกที่อยู่ในระบบของซัพพลายทั้งหมด จะทำให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดสามารถใช้ข้อมูลร่วมกันได้ และทำให้การประสานงาน หรือการทำความเข้าใจเป็นไปได้ด้วยดียิ่งขึ้น (Turban et al.,2001)
ประสิทธิผล (Effectiveness)
1) ระบบสารสนเทศช่วยในการตัดสินใจ ระบบสารสนเทศที่ออกแบบสำหรับผู้บริหาร เช่น ระบบสารสนเทศที่ช่วยในการสนับสนุนการตัดสินใจ (Decision support systems) หรือระบบสารสนเทศสำหรับผู้บริหาร (Executive support systems) จะเอื้ออำนวยให้ผู้บริหารมีข้อมูลในการประกอบการตัดสินใจได้ดีขึ้น อันจะส่งผลให้การดำเนินงานสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ไว้ได้
2) ระบบสารสนเทศช่วยในการเลือกผลิตสินค้า/บริการที่เหมาะสมระบบสารสนเทศจะช่วยทำให้องค์การทราบถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับต้นทุน ราคมในตลาดรูปแบบของสินค้า/บริการที่มีอยู่ หรือช่วยทำให้หน่วยงานสามารถเลือกผลิตสินค้า/บริการที่มีความเหมาะสมกับความเชี่ยวชาญ หรือทรัพยากรที่มีอยู่
3) ระบบสารสนเทศช่วยปรับปรุงคุณภาพของสินค้า / บริการให้ดีขึ้นระบบสารสนเทศทำให้การติดต่อระหว่างหน่วยงานและลูกค้า สามารถทำได้โดยถูกต้องและรวดเร็วขึ้น ดังนั้นจึงช่วยให้หน่วยงานสามารถปรับปรุงคุณภาพของสินค้า/บริการให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้นและรวดเร็วขึ้นด้วย
4) ความได้เปรียบในการแข่งขัน (Competitive Advantage)ปัจจุบัน ระบบสารสนเทศได้มีการนำมาให้ตลอดทั้งระบบซัพพลายเชน (Supply Chain) เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
5 ) คุณภาพชีวิตการทำงาน (Quality of Working Life) ระบบสารสนเทศจะต้องได้รับการออกแบบออกมาเพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างความต้องการของมนุษย์และประสิทธิภาพของเทคโนโลยีด้วย
3.ตัวอย่างหน่วยงานที่นำระบบสารสนเทศดังกล่าวไปใช้งาน
3.1ข้อมูลองค์กร
โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน หัวหิน / ชะอำ
สถานที่ : 1349 ถ.เพชรเกษม ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี 76120
เบอร์โทรศัพท์ : 0 3252 0009, 0 2200 9999
เว็บไซต์ : http://www.dusit.com
อีเมลล์ : dpss@dusit.com
booking@dusit.com
ระดับดาว : (5 ดาว) จัดอันดับโดยสมาคมโรงแรมแห่งประเทศไทย
ราคา : 6,474 - 70,032 THB *
จำนวนห้อง : 296 ห้อง
ด้วยทำเลที่ตั้งที่อยู่ใจกลางเมือง โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จึงเป็นโรงแรมที่ผู้มาพักสามารถเดินทางไปยังย่านธุรกิจและสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งของ หัวหิน / ชะอำ ได้โดยง่ายห้องพักของโรงแรมทุกห้องจำนวน 296 ห้องซึ่งได้รับการตกแต่งไว้เป็นอย่างดีนั้น รับประกันควาสะดวกสบายด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องตามมาตรฐานห้องพักแต่ละห้องประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกเช่น เครื่องปรับอากาศ, โต๊ะเขียนหนังสือ, เครื่องเป่าผม, อินเทอร์เน็ต, ตู้เซฟในห้องพัก, โทรทัศน์, อ่างอาบน้ำโรงแรมแห่งนี้ใน หัวหิน / ชะอำ ประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดที่คุณคาดว่าจะได้รับจากโรงแรมในระดับนี้เพื่อให้ผู้เข้าพักได้ผ่อนคลาย ทางโรงแรมได้จัดการบริการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่หลากหลายไว้ให้ ซึ่งรวมถึง บริการนวด, สระว่ายน้ำ (สำหรับเด็ก), จาคุซซี, ห้องฟิตเนส, ซาวน่า, ห้องอบไอน้ำ, สนามเทนนิสโรงแรมได้สร้างความสมดุลระหว่างวัฒนธรรมอันมั่งคั่งกับสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย เพื่อให้แน่ใจว่าการเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้เป็นสิ่งที่น่าจดจำสำหรับคุณหากต้องการสำรองห้องพักนี้ที่ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน โปรดใส่วันที่ที่คุณจะมาถึงและปฏิบัติตามแบบฟอร์มการจองทางออนไลน์ที่เชื่อถือได้ของเรา
ข้อมูลที่เป็นประโยชน์
-ระยะห่างจากตัวเมือง (กิโลเมตร หรือ ไมล์) 10 km
-โรงแรมสร้างขึ้นในปี (ค.ศ.) 1990
-จำนวนชั้น 7
-แรงดันไฟฟ้าในห้องพัก 220
-อายุของเด็ก 4, 11
-เช็คเอาท์ (ชั่วโมง:นาที) 12:00 PM
-รูมเซอร์วิส (มี, ไม่มี, 24 ชั่วโมง) 24 Hrs
-บริการที่จอดรถ (มี หรือ ไม่มี) yes
-จำนวนห้อง 296
สิ่งอำนวยความสะดวกในห้องพัก
• เครื่องปรับอากาศ • โต๊ะเขียนหนังสือ • เครื่องเป่าผม
• อินเทอร์เน็ต • ตู้เซฟในห้องพัก
• โทรทัศน์ • อ่างอาบน้ำ
• ฝักบัว • ห้องอาบน้ำฝักบัวแยกต่างหากและอ่างอาบน้ำ
• มินิบาร์ • ระเบียง/ชานเรือน
• โทรทัศน์ (เคเบิล) • เครื่องชงกาแฟ/ชา
• น้ำขวดฟรี • อินเทอร์เน็ตไร้สาย (เสียค่าใช้จ่าย)
• รูมเซอร์วิส 24 ชั่วโมง • ร้านค้า
• ห้องพักชั้นพิเศษ • ลิฟท์
• คอฟฟี่ช็อป • บาร์/ผับ
• บริการซักรีด/ซักแห้ง • ห้องประชุม
• ร้านอาหาร • ร้านเสริมสวย
• จุดบริการทัวร์และข้อมูลท่องเที่ยว • บริการพี่เลี้ยงเด็ก
• ศูนย์ธุรกิจ • บาร์ริมสระน้ำ
• WiFi • ที่จอดรถ
กีฬาและนันทนาการ
• บริการนวด • สระว่ายน้ำ (สำหรับเด็ก)
• จาคุซซี • ห้องฟิตเนส
• ซาวน่า • ห้องอบไอน้ำ
• สนามเทนนิส • สปา
• สนามสควอช • สระว่ายน้ำกลางแจ้ง
• ชายหาดส่วนตัว • สวน
3.2ปัญหาและสาเหตุที่นำระบบสารสนเทศไปใช้
1.การทำงานเกิดความผิดพลาดบ่อย อาจมีข้อมูลที่รับมานั้นไม่สมบูรณ์
2.การประมวลผลรายการข้อมูลสำคัญจะทำเองไม่ได้ต้องใช้ระบบสารสนเทศมาช่วยในการประมวลผล
3.การประมวลผลเองทำให้เกิดข้อผิดพลาดและข้อมูลนั้นขาดประสิทธิภาพจะมีผลกระทบต่อองค์กรของเรา
4.งานการวิเคราะห์ระบบในปัจจุบันมีความซับซ้อนของงานมากกว่าสมัยก่อนจึงจำเป็นต้องใช้ระบบสารสนเทศมาช่วยในการวิเคราะห์
5.สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป ระบบธุรกิจของโลกเปลี่ยนไป สังคมเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป หรือความต้องการของธุรกิจเปลี่ยนแปลงไป ย่อมทำให้ระบบที่เคยปฏิบัติอยู่เดิมเกิดปัญหาขึ้น จะต้องทำการวิเคราะห์และออกแบระบบเสียใหม่เพื่อทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นหมดไป
3.3 ผลการดำเนินการ ( ผลที่ได้รับการใช้ระบบสารสนเทศ )
1.มีความคล่องตัวตัวสูงในการปรับเปลี่ยนรูปแบบหรือความต้องการ
2.สามารถเรียกใช้ได้ทุกที่ทุกโอกาส
3.มีข้อมูลครบตามที่ต้องการทั้งภายในและภายนอกองค์การ
4.ใช้ง่ายโดยไม่ต้องจดจำ คำสั่งหรือลำดับ
5.แสดงปัจจัยสำคัญในการดำเนินธุรกิจ
6.มีข้อมูลที่สามารถ ตอบคำถามได้สะดวกและรวดเร็ว
7.สามารถเรียกใช้ได้ทันทีที่ต้องการ
8.มีสีสันสวยงามน่าดู
9.แสดงด้วยรูปภาพมากกว่าข้อความ


